วันอาทิตย์ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2553
วันศุกร์ที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2553
วันพฤหัสบดีที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2553
รัก = ให้ = เสียสละ
รัก = ให้ = เสียสละนี่หรือเปล่า คือคำตอบที่ถูกแอบซ่อนไว้ในเรื่องราวของชายหนุ่มที่ชื่อว่า วาเลนตินัส คนนี้ คนที่ยืนยันในเจตนารมณ์ตราบจนสิ้นลมหายใจว่า รักคือการเสียสละ รักคือการไม่คาดหวัง ไม่ยึดติด ไม่มีตัวตน ไม่มีใครเป็นของเรา และเราไม่ได้เป็นของใครด้วยเช่นเดียวกัน รักคือการทำให้คนที่เรารักมีความสุข โดยที่เราก็สุขใจตามไปด้วย ดังที่ กฎแห่งการไม่มี i ได้กล่าวไว้ว่า “ช่วยเหลือผู้อื่นข้ามไปให้ถึงฝั่ง เราก็จะถึงฝั่ง” ฝั่งที่เราไม่ได้ไปถึงพร้อมเขา แต่ก็เหมือนเราได้ไปถึง ไปถึงได้ด้วยการช่วยเหลือและเสียสละความสุขส่วนตัวเพื่อให้คนอื่นมีความสุข
“ความสุข” ที่ไม่มีตัวตนให้สัมผัส
แต่รู้สึกและรับรู้ได้ด้วย “หัวใจ”
ด้วย “การให้”
ที่หมายถึงการ “ได้รับ”
ที่เบ่งบานและงอกงาม...อย่างงดงาม
หากเราย้อนกลับมาทบทวนในความหมายของคำว่า “รักแท้” กันอีกครั้ง ก่อนอื่น เราคงต้องยอมรับอย่างไม่มีเงื่อนไขกันก่อนว่า เราต่างก็ปรารถนาอยากมี “คนรัก” อยากเจอ “รักแท้” และอยากเป็น “เจ้าของ” คนคนนั้นและความรักนั้นตลอดไป เมื่อเรายอมรับว่า “ใช่” ความรักที่พบเจอมาตลอดทั้งชีวิต มันคือคำตอบสุดท้ายของชีวิตหรือเปล่า มันทำให้เราสมความปรารถนาในท้ายที่สุดหรือไม่ หากคำตอบคือ “ไม่” แน่นอนว่า ความเป็นจริงที่เราก็ปฏิเสธอีกไม่ได้เช่นเดียวกันว่า ไม่มีใครได้และสมหวังในสิ่งที่ปรารถนากันหมดทุกคนอย่างแน่นอน มันขึ้นอยู่กับประสบการณ์ความรักของแต่ละคนว่าจะทำให้ความปรารถนานั้นกลาย เป็นความเฉยชา ความบอบช้ำ หรือความสุขสมหวังตามมาหรือเปล่า
เมื่อมองออกไปนอกหน้าต่าง เราจึงพบว่า...
ใครหลายคน...ไม่เชื่อในรักแท้ไปเสียแล้ว
ใครหลายคน...ยังเชื่อว่าจะต้องเจอรักแท้นั้นๆ
และใครหลายคน...ก็ตระหนักแล้วว่ารักแท้ไม่มีอยู่จริง
สำหรับผม ผมเคยเชื่อมั่นว่าสักวันหนึ่ง ผมต้องเจอคนที่ผมพร้อมจะมอบความรักและความเข้าใจให้เขาได้อย่างจริงใจ และแอบคาดหวังว่าสิ่งที่ผมให้ไป อย่างน้อยๆ ก็น่าจะได้รับคืนกลับมาในปริมาณที่เท่าๆ กัน เพราะผมคิดอยู่เสมอว่านั่นคือความหมายของรักแท้ รักแท้ที่เมื่อเราให้ไป เราก็ต้องได้คืนกลับมา แต่เมื่อคืนและวันหมุนผ่าน ความเชื่อมั่นที่เคยมีก็ถูกลดทอนลงไปทีละนิดๆ ด้วยความเป็นจริงของมนุษย์ที่อยากได้มากกว่าอยากให้ ทำให้ความผิดหวังเวียนวนเข้ามาในชีวิตอยู่บ่อยครั้ง จนเกิดคำถามขึ้นกับตัวเองว่า ทำไมเราถึงไม่เคยพบรักแท้สักที ทำไมรักที่เคยๆ มี ถึงเป็นได้แค่เกม และทำไมเราถึงไม่โชคดีเหมือนใครต่อใคร
เป็นเพราะว่า
เราให้คนที่เรารักน้อยเกินไปหรือเปล่า
หรือแท้จริงแล้ว
จิตใต้สำนึกสั่งให้เราเป็นผู้ได้รับเพียงฝ่ายเดียวกันแน่
จนเมื่อชีวิตเดินทางมาถึงจุดจุดหนึ่งที่ได้อยู่กับตัวเองอย่างจริงใจจริงๆ ทำให้ผมได้พบคำตอบที่เคยสงสัยมานานแสนนานว่า หากผมเผลอมุ่งประเด็นไปที่รูปแบบของรักแท้ โดยลืมมองไปว่า ความหมายของคำว่ารักแท้คืออะไร รักแท้มีตัวตนหรือไม่ รักแท้ที่ว่า ใครคือผู้กำหนด ใครคือผู้สร้างสัญลักษณ์นี้ขึ้นมา แล้วใครกันเล่าอ้างอิงขึ้นมาว่า มันมีคุณค่าและความหมายสำหรับชีวิต ผมอาจติดบ่วงเสียจนไม่รู้ว่า
รักแท้คือการแสดงออก
ที่แสดงออกได้ด้วยการกระทำ
รับรู้และสัมผัสได้ด้วยหัวใจ
หากวันนั้น วันที่ผมมัวเพียรพยายามตามหารักแท้ ผมลองทำความเข้าใจความหมายของรักแท้ให้ชัดเจนขึ้นเหมือนเช่นวันนี้ ผมคงมีความรักดีๆ และคนรักดีๆ เหมือนเช่นใครๆ ที่เขามีกัน แต่ผมกลับนึกขอบคุณวันเวลาที่ผ่านมา และไม่คิดที่จะเสียใจหรือชอกช้ำใจเลยด้วยซ้ำ เพราะว่ามันได้ช่วยทำให้ผมเรียนรู้และเข้าใจว่า อย่างไรแล้ว รักแท้ก็ยังหมายถึงการให้อยู่ดี เป็นการให้ที่ไม่มีขีดจำกัด ไม่มีให้มาก ไม่มีให้น้อย ไม่มีขอบเขต ไม่มีหวง ไม่มีห้าม ไม่มีสัญลักษณ์ชี้นำ และไม่มีการแบ่งแยกใดๆ ทั้งสิ้น
ที่จะมี
ก็คงมีแค่ความงดงาม
ที่รอคอยการงอกเงยจากใจของคนทุกคน
และความงดงามนั้น
แม้จะไม่มีตัวตน
แต่ก็ตรึงตราอยู่ในหัวใจใครได้ยาวนาน
แต่รู้สึกและรับรู้ได้ด้วย “หัวใจ”
ด้วย “การให้”
ที่หมายถึงการ “ได้รับ”
ที่เบ่งบานและงอกงาม...อย่างงดงาม
หากเราย้อนกลับมาทบทวนในความหมายของคำว่า “รักแท้” กันอีกครั้ง ก่อนอื่น เราคงต้องยอมรับอย่างไม่มีเงื่อนไขกันก่อนว่า เราต่างก็ปรารถนาอยากมี “คนรัก” อยากเจอ “รักแท้” และอยากเป็น “เจ้าของ” คนคนนั้นและความรักนั้นตลอดไป เมื่อเรายอมรับว่า “ใช่” ความรักที่พบเจอมาตลอดทั้งชีวิต มันคือคำตอบสุดท้ายของชีวิตหรือเปล่า มันทำให้เราสมความปรารถนาในท้ายที่สุดหรือไม่ หากคำตอบคือ “ไม่” แน่นอนว่า ความเป็นจริงที่เราก็ปฏิเสธอีกไม่ได้เช่นเดียวกันว่า ไม่มีใครได้และสมหวังในสิ่งที่ปรารถนากันหมดทุกคนอย่างแน่นอน มันขึ้นอยู่กับประสบการณ์ความรักของแต่ละคนว่าจะทำให้ความปรารถนานั้นกลาย เป็นความเฉยชา ความบอบช้ำ หรือความสุขสมหวังตามมาหรือเปล่า
เมื่อมองออกไปนอกหน้าต่าง เราจึงพบว่า...
ใครหลายคน...ไม่เชื่อในรักแท้ไปเสียแล้ว
ใครหลายคน...ยังเชื่อว่าจะต้องเจอรักแท้นั้นๆ
และใครหลายคน...ก็ตระหนักแล้วว่ารักแท้ไม่มีอยู่จริง
สำหรับผม ผมเคยเชื่อมั่นว่าสักวันหนึ่ง ผมต้องเจอคนที่ผมพร้อมจะมอบความรักและความเข้าใจให้เขาได้อย่างจริงใจ และแอบคาดหวังว่าสิ่งที่ผมให้ไป อย่างน้อยๆ ก็น่าจะได้รับคืนกลับมาในปริมาณที่เท่าๆ กัน เพราะผมคิดอยู่เสมอว่านั่นคือความหมายของรักแท้ รักแท้ที่เมื่อเราให้ไป เราก็ต้องได้คืนกลับมา แต่เมื่อคืนและวันหมุนผ่าน ความเชื่อมั่นที่เคยมีก็ถูกลดทอนลงไปทีละนิดๆ ด้วยความเป็นจริงของมนุษย์ที่อยากได้มากกว่าอยากให้ ทำให้ความผิดหวังเวียนวนเข้ามาในชีวิตอยู่บ่อยครั้ง จนเกิดคำถามขึ้นกับตัวเองว่า ทำไมเราถึงไม่เคยพบรักแท้สักที ทำไมรักที่เคยๆ มี ถึงเป็นได้แค่เกม และทำไมเราถึงไม่โชคดีเหมือนใครต่อใคร
เป็นเพราะว่า
เราให้คนที่เรารักน้อยเกินไปหรือเปล่า
หรือแท้จริงแล้ว
จิตใต้สำนึกสั่งให้เราเป็นผู้ได้รับเพียงฝ่ายเดียวกันแน่
จนเมื่อชีวิตเดินทางมาถึงจุดจุดหนึ่งที่ได้อยู่กับตัวเองอย่างจริงใจจริงๆ ทำให้ผมได้พบคำตอบที่เคยสงสัยมานานแสนนานว่า หากผมเผลอมุ่งประเด็นไปที่รูปแบบของรักแท้ โดยลืมมองไปว่า ความหมายของคำว่ารักแท้คืออะไร รักแท้มีตัวตนหรือไม่ รักแท้ที่ว่า ใครคือผู้กำหนด ใครคือผู้สร้างสัญลักษณ์นี้ขึ้นมา แล้วใครกันเล่าอ้างอิงขึ้นมาว่า มันมีคุณค่าและความหมายสำหรับชีวิต ผมอาจติดบ่วงเสียจนไม่รู้ว่า
รักแท้คือการแสดงออก
ที่แสดงออกได้ด้วยการกระทำ
รับรู้และสัมผัสได้ด้วยหัวใจ
หากวันนั้น วันที่ผมมัวเพียรพยายามตามหารักแท้ ผมลองทำความเข้าใจความหมายของรักแท้ให้ชัดเจนขึ้นเหมือนเช่นวันนี้ ผมคงมีความรักดีๆ และคนรักดีๆ เหมือนเช่นใครๆ ที่เขามีกัน แต่ผมกลับนึกขอบคุณวันเวลาที่ผ่านมา และไม่คิดที่จะเสียใจหรือชอกช้ำใจเลยด้วยซ้ำ เพราะว่ามันได้ช่วยทำให้ผมเรียนรู้และเข้าใจว่า อย่างไรแล้ว รักแท้ก็ยังหมายถึงการให้อยู่ดี เป็นการให้ที่ไม่มีขีดจำกัด ไม่มีให้มาก ไม่มีให้น้อย ไม่มีขอบเขต ไม่มีหวง ไม่มีห้าม ไม่มีสัญลักษณ์ชี้นำ และไม่มีการแบ่งแยกใดๆ ทั้งสิ้น
ที่จะมี
ก็คงมีแค่ความงดงาม
ที่รอคอยการงอกเงยจากใจของคนทุกคน
และความงดงามนั้น
แม้จะไม่มีตัวตน
แต่ก็ตรึงตราอยู่ในหัวใจใครได้ยาวนาน
ระหว่างทาง...ของการเดินทางถอยกลับ
เคยไหม...ที่คุณก้าวเดินไป ข้างหน้า
แต่รู้สึกว่ามันเป็นการถอยหลังกลับ
เคยไหม...ที่ท้องฟ้าในโลกส่วนตัวของคุณ
กลับเปลี่ยนจากสีฟ้ามาเป็นเมฆครึ้มสีเทาหม่น
โดยไม่มีเค้าลางแห่งพายุร้าย
ทุกอย่างพัดพาคุณกลับไปสู่จุด เริ่มต้น
หรือไกลกว่านั้น...เปลี่ยนจากรอยยิ้มเป็นหยดน้ำตา
เปลี่ยนเสียงหัวเราะเป็นเสียงสะอื้นไห้
ความทุกข์เข้ามาทดแทน
วันเวลาแห่งความสุขของคุณจนหมดสิ้น
ความคาดหวังคือปัจจัยหลักของความทุกข์
ความฝันบางครั้งก็เป็นสิ่งที่ก่อให้เกิดทุกข์
ชีวิตคนเรามีปัญหา เพิ่มมากขึ้นตามวันเวลาที่หมุนไป
ทุกๆ วันเหมือนกับต้องตื่นขึ้นมา
เพื่อเดินเข้าไปในสมรภูมิรบ ฟาดฟันกับปัญหา
หากคุณชนะคุณก็จะเดินจากมา พร้อมความสำเร็จอีกครั้งหนึ่ง
หากคุณแพ้คุณก็อาจล้มจมอยู่กับที่
แล้วจะมีใครสักกี่คนบนโลกใบนี้
ที่จะคอยยื่นมือให้ความช่วยเหลือเมื่อเราเจ็บปวด
เอาเข้าจริงในโลกใบนี้...เราจะมีใคร?
ใครที่เป็นของเราจริงๆ เกิดมาเพื่อเราจริงๆ
บทเรียนของการเดินถอยหลัง
ทำให้รู้ว่าความคาดหวัง มักมาพร้อมกับความผิดหวังเสมอ
เราคาดหวังว่าจะมีใครมาร่วมแบ่งปันความรู้สึก
คอยประคับประคองอยู่เคียงข้าง...คอยรับเมื่อเราล้ม
แล้วตั้งความหวังว่าเขาจะยืนอยู่เคียงข้างเราไปจนวันตาย
มีลมหายใจของกันและกันอย่างอบอุ่น
แต่ในโลกของความเป็นจริงก็คือ...เราต้องยืนด้วยตัวเองให้ได้
หายใจด้วยตัวเองให้ได้...ลุกด้วยตัวเองให้ได้
อ้อมแขนและลมหายใจของคนอื่น
เป็นเพียงส่วนประกอบ ที่ทำให้เราเต็มพร้อมสมบูรณ์
เราจำเป็นต้องก้าวเดินต่อไปให้ได้ แม้ไม่มีส่วนประกอบนั้นก็ตาม
ฉันได้เรียนรู้ว่า...ความฝันจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลง
เพื่อลดความเจ็บปวดในชีวิต
เช่นเดียวกับความรัก
สิ่งที่เรามอบไปอย่างทุ่มเท...โดยไม่เคยคิดถึงความผิดหวังที่จะ ตามมา
มักทำให้เราเจ็บปวดจนสุดจะทน
ความรัก...เปลี่ยนแปลงได้
รอยเท้าของเราเหยียบย่ำไปท่ามกลางความสับสน
บางครั้งเข็มนาฬิกาก็เดินเร็วขึ้น...บางครั้งกลับเดินช้าลง
ทุกอย่างไม่เป็นดั่งที่วาดหวังไว้เสียที
เพราะเราควบคุมทุกสิ่งทุกอย่างไม่ได้
ความคิดของเขา...อาจทำให้เราเจ็บปวดจนสุดจะทน
แต่เราก็ยังจำเป็นต้องมีชีวิตอยู่...เพื่อรับรู้ถึงความเจ็บปวด นั้น
ดังนั้นเมื่อมีน้ำตาและตัดสินใจว่าจะต้องเปลี่ยนแปลง อย่าหันกลับไปทางเดิม
เพราะเรากำลังจะเดินจากมันมา...อาจไม่ใช่เขาหรือเราเป็นคนไม่ดี
แต่ในบางเรื่อง...ก็อาจมี เหตุผลมากกว่าหนึ่งอย่าง
อย่าพูดว่าเราทำเพื่อเขา...แต่กลับเอาตัวของเราเป็นที่ตั้ง
เพราะนั่นไม่ใช่รักที่แท้จริง
ถ้าบนทางเดินที่ผ่านมาเราก้าวเร็วเกินไป
มองย้อนกลับไปดูตัวเองใหม่...แล้วหัดเดินให้ช้าลง
ความรัก . . . คืออะไร
ความรัก . . . คืออะไร?
เรื่องที่ทุกคน . . . อยากจะได้คำตอบตายตัว
เพียงแต่ว่า . . . ไม่เคยมีใครหาคำตอบที่ชัดเจนได้เลยสักคน
เพราะ . . . ความรักมีหลายรูปแบบ
ที่ของแต่ละคน . . . ก็ไม่เหมือนกัน
ความรักที่เจ็บปวด คือ ความรักที่ไม่ได้เป็นเจ้าของ
เมื่อเรารักใครสักคนแล้ว . . .
ย่อมอยากจะเป็นเจ้าของความรัก กันทุกคน
แต่จะมีสักกี่คน . . . ที่จะได้ครอบครองมันไว้ได้
เพราะความรัก . . . เหมือนกับสิ่งที่เปลี่ยนแปลงไปได้เสมอ
ไม่มีอะไรแน่นอน . . . เอาอะไรจากมันไม่ได้เลย
แต่สิ่งที่มันให้เรา คือ ความเจ็บปวดปนความหวาน
ยิ่งคุณอยากจะลิ้มลอง . . . ความหอมหวานของมันเท่าไหร่
คุณก็จะยิ่งถลำลึก ไปกับความเจ็บปวดนั่น
. . . จนอาจจะยากที่จะถอนตัวออกมาได้
บางครั้ง. . . ความหวานก็หมดไป
. . . ก่อนที่จะลึกมากนัก แต่ก็เจ็บมากมายเช่นกัน
แต่. . . ก็ยังมีอีกหลายคน ที่พร้อมจะลองดู
บางคน. . . แสวงหาความรักมากมาย
ใช้หัวใจฟุ่มเฟือย เพื่อตามหารักแท้. . .
รักแท้. . . แต่ยากที่จะครอบครอง
เพราะบางครั้ง. . . อาจจะเป็นรักต้องห้าม
ระหว่างพี่น้อง ระหว่างคำว่า. . . เพื่อนสนิท
ระหว่างคำว่า. . . คนที่มีเจ้าของแล้ว
หรือ ระหว่างคำว่า . . . ไม่เหมาะสม
มันยาก. . . ที่คุณจะดูแลมันตลอดเวลา
เมื่อไหร่ที่คุณรัก คุณอยากครอบครอง. . . แต่เป็นไปไม่ได้
ก็คิดเสียเถิดว่า . . . ยังดีกว่าไม่ได้รัก
คำว่า รัก
คำว่า "รัก" มีอะไรมากมายซุกซ่อนอยู่ในนั้น
อาจจะหวานชื่น ขมขื่น หรืออะไรอื่นอีกหลากหลาย
ที่จะทำให้คนรู้จัก "รัก" ได้สัมผัสและรู้สึกถึง…
ความรักเริ่มจากความคิด
เพราะความคิดเป็นจุดเริ่มต้นของความรัก
บางที.. ความรักอาจทำให้คนเราเปลี่ยนแปลงความคิดไปจากเดิม
อาจทำให้คนเราต้องปรับปรุงในสิ่งที่เคยทำ เพียงเพื่อให้เข้ากับใครอีกคน
ความรักทำให้เกิดความเคารพ ศรัทธา
คุณจะไม่สามารถรักใครได้ ถ้าไม่รู้สึกเชื่อมั่นเสียก่อน
และคนแรกที่คุณต้องศรัทธาเชื่อมั่น ก็คือตัวเอง
ความรักคือการให้
ถ้าคุณต้องการที่จะได้ความรัก สิ่งที่คุณต้องทำก็คือการให้ ยิ่งให้.. คุณก็จะยิ่งได้รับ
สูตรลับของความสุข และทำให้มิตรภาพยืนยาวที่คุณควรจะจำเอาไว้เสมอก็คือ
อย่าถามว่าคนอื่นให้อะไรคุณบ้าง แต่ให้ถามว่าคุณทำอะไรให้คนอื่นบ้างจะดีกว่า
ในความรักมีมิตรภาพซ่อนอยู่
อยากได้รักแท้ ก็ต้องหาเพื่อนแท้ให้ได้เสียก่อน
การจะรักกันได้ไม่ใช่แค่มองตา แต่อยู่ที่ว่า.. ต่างคนต่างมีอะไรที่ตรงกันหรือเปล่า
หากจะรักใครอย่างจริงใจ คุณควรจะรักในสิ่งที่เขาเป็น ไม่ใช่แค่ภาพที่คุณเห็น มิตรภาพก็เหมือนกับปุ๋ยที่ช่วยทำให้ความรักเบ่งบานเติบโตทุกๆ วันนั่นเอง
การสัมผัส ช่วยสานต่อความรักให้ดีขึ้น
เคยรู้สึกดีใช่มั้ยเวลาที่มีใครโอบไหล่หรือกอดคุณ?
การสัมผัส.. จึงเป็นการแสดงออกอย่างหนึ่งที่มีพลัง
และช่วยทลายกำแพงแห่งความชิงชังไม่เข้าใจได้อีกด้วย
น่าแปลกที่การสัมผัสสามารถเปลี่ยนแปลงอารมณ์ และท่าทีที่แข็งกร้าวให้เบาบางลงได้
อยากรักต้องรู้จักปลดปล่อย
ถ้าคุณรักใคร.. จงปล่อยให้เขาเป็นอิสระบ้าง
เพราะคุณเองคงรู้สึกอึดอัด ถ้ามีใครมาล่ามโซ่คุณ ดังนั้น..
จงเรียนรู้ที่จะให้อภัยและลืมอดีตที่ไม่ดี เรียนรู้ที่จะปลดปล่อยความกลัวภายในใจ
เรียนรู้ที่จะยุติธรรม และลดทิฐิ รวมถึงเงื่อนไขต่างๆ ลงบ้าง
ลองบอกตัวเองว่า.. นับแต่นี้ คุณจะทิ้งความกลัวทั้งหมด
แล้วอดีตจะไม่มีผลอะไรต่อตัวคุณได้.. นับจากวันนี้ไป คุณก็จะได้เริ่มต้นชีวิตใหม่เสียที
ชีวิตจะเปลี่ยนไป
เมื่อเราเรียนรู้ที่จะเปิดใจให้กว้างและซื่อสัตย์ต่อกัน รวมถึง..
คุยกับคนรักอย่างเปิดเผย และกล้าที่จะพูดถ้อยคำวิเศษว่า "ฉันรักเธอ"
โดยไม่ปล่อยให้โอกาสดีๆ หลุดลอยไป
คุณควรจะบอกรักก่อนจากกันทุกครั้งเสมอ เพราะบางที..
นั่นอาจเป็นครั้งสุดท้ายที่คุณจะพบกัน!
แก่นแท้ของความรัก คือการไว้ใจกัน
ถ้าคุณไม่เชื่อใจกัน ใครคนหนึ่งจะรู้สึกระแวง กังวล และหวาดหวั่น
ขณะที่อีกคนรู้สึกอึดอัดใจ ที่สำคัญ..
คุณไม่อาจรักใครจริงๆ ได้ ถ้าคุณไม่ไว้ใจเขาคนนั้นอย่างแท้จริง
นิทานความรัก

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว
มีเรื่องเล่าระหว่างสาวสวยและหนุ่มรูปงามผู้ซึ่งรักกันอย่างดูดดื่ม...
ทั้งสองได้สาบานว่าแม้ความตายก็มิอาจจะพรากรักอันแสนจะมั่นคงนี้ลงได้
และในครั้งนั้นยังมีแม่มดตนหนึ่งผู้ซึ่งเชื่อมั่นว่าไม่มีสิ่งใดที่จะแน่นอน เท่าความไม่แน่นอน
แม่มดไม่เชื่อว่าความรักของทั้งสองจะมั่นคงจึงคิดหาทางพิสูจน์ขึ้นมา นางกล่าวว่า
หากพวกเจ้ามั่นใจในรักของอีกฝ่าย ซึ่งยั่งยืนแม้ว่าความตายจะพราก
ดังนั้นข้าก็อยากจะลองดูว่ามันจะเป็นอย่างไร...ข้าขอสาปให้นับแต่นี้เป็นต้น ไป
ไม่ว่าจะเกิดใหม่อีกสักกี่ชาติ บุรุษนี้จะไม่มีทางจำเจ้าได้
เขาจะไม่สามารถจำได้ว่าเคยรักเจ้า และตรงกันข้ามกับเจ้า
เจ้าจะเป็นคนที่จำทุกอย่างได้ เพราะเจ้าจะยังคงอยู่เช่นนี้ตลอดไป
ไม่แก่ไม่เฒ่า ไม่มีวันตาย จะอยู่อย่างนี้นิรันดร์...เจ้าจะจำเวลาที่เคยรักเขา
เคยเป็นที่รักและต้องเฝ้ารอการกลับมาของเขาในชาติแล้วชาติเล่าตลอดกาล...
"วันใดก็ตามที่เจ้าทำให้เขารู้ตัวว่ารักเจ้าทำให้เขาจำเจ้าได้
วันนั้น...คือวันที่ความเป็นนิรันดร์ของเจ้าสิ้นสุดลง...เจ้าจะแก่และตายตาม สภาพ
ของอายุขัยที่ควรเป็น...และคราวนี้ก็จะเป็นทีของเจ้าหนุ่มนั่นแทน...เขาจะ ต้องเป็นคนที่ค้นหาเจ้าบ้าง..."
หลังจากนั้นมาปีแล้วปีเล่าเวลาผ่านไปศตวรรษทบศตวรรษที่หญิงสาวเฝ้าตามหาชาย หนุ่มคนรัก
และทุกครั้งที่เธอได้พบเขาในสภาพของใครคนหนึ่ง
ที่ไม่มีความทรงจำเกี่ยวกับเธอเลยแม้แต่น้อย...เธอพยายามทำทุกอย่างเพื่อให้ เขาจำเธอได้
แต่มันไม่เคยสำเร็จชาติแล้วชาติเล่า...หลังจากการเกิดและดับของเขาผ่านไปนับ สิบครั้ง
เขาก็ยังไม่อาจระลึกได้ถึงความรักของเธอ...ความทุกข์ทรมานของหญิงสาว
ถูกเฝ้าดูอย่างเย้ยเยาะโดยนางแม่มดผู้รอคอยเวลาที่หญิงสาวจะยอมรับว่า...
รักแท้ที่แม้ความตายก็ไม่อาจพรากไม่มีจริง แล้วนางแม่มดก็ต้องประหลาดใจ เมื่อพบว่า
ในช่วงหลังๆ มาหญิงสาวไม่ได้พยายามที่จะทำให้ชายหนุ่มระลึกถึงตน
ไม่พยายามให้ชายหนุ่มรักตนแต่กลับทำทุกอย่างที่คิดว่าจะทำให้เขามีความสุข
และทำให้เขาเกิดรอยยิ้มแทน...แล้ววันหนึ่งนางแม่มดก็เก็บความสงสัยไว้ไม่ไหว
จึงปรากฏตัวเพื่อเอ่ยถามกับตัวหญิงสาวเอง...
"...เจ้าได้ละทิ้งความพยายามของเจ้าเสียแล้วล่ะหรือ...ความพยายามที่จะ พิสูจน์
ให้ข้าเห็นอำนาจและพลังของรักแท้ที่เหนือกว่าอำนาจใดๆ แม้กระทั่งคำสาปของข้า..."
"จริงๆ แล้ว ข้าก็มีเหตุผลของข้า"
หญิงสาวตอบนางแม่มดกลับไป
"...ข้าไม่ได้ละทิ้งความพยายาม...เพียงแต่...
ข้ากลัวว่าความพยายามของข้าจะสัมฤทธิ์ผล...แล้ว"
"แล้วเจ้าก็ต้องแก่และตาย"
นางแม่มดต่อให้ด้วยเสียงเย้ยหยัน
" ที่แท้เจ้าก็กลัวที่จะตาย เจ้ากลัวจะสูญเสียความเป็นอมตะของเจ้า...
เฮอะ นี่หรือรักแท้ของเจ้า"
หญิงสาวไม่ปฏิเสธ นางเผชิญหน้ากับนางแม่มดและรับคำกล่าวหานั้น
"อาจใช่...มันเป็นความจริงที่ข้ากลัวว่าหากข้าทำให้เขาจำข้าและรักข้าได้ข้า จะต้องตายจากเขาไป"
"และเจ้าก็ไม่เชื่อใจว่าเขาจะทำให้เจ้าจำได้เช่นนั้นหรือ?"
หญิงสาวจ้องหน้าแม่มดนิ่งอยู่ ก่อนตอบ
สิ่งที่ข้าเกรงไม่ใช่เรื่องนั้น...ท่านรู้อะไรไหม...
ตลอดเวลาอันยาวนานที่ข้าเฝ้าเดินทางตามหาเขาเฝ้ารอคอยวันแล้ววันเล่า
รอวันที่เขาจะกลับมาหาข้าอีกครั้ง...ตลอดเวลาที่ข้าเฝ้ามองการเกิดและการตาย ของเขา
มันคือความทรมานอันยาวนานที่ดูเหมือนไม่มีที่สิ้นสุด...
และสำหรับข้าความทุกข์อันแสนสาหัสคือ การได้เห็นความทรมานของผู้เป็นที่รัก
โดยที่เราไม่อาจเอื้อมมือเข้าไปช่วยเหลือได้...
หลายครั้งที่ข้าอยากให้ตัวข้าเห็นแก่ตัวพอที่จะพยายามทำให้เขารักทำให้เขา ระลึกถึงข้าได้อีกครั้ง
เพื่อที่ข้าจะได้เป็นอิสระต่อการพันธนาการนี้...แต่ทุกครั้งที่ข้าคิดถึงมัน
ความทุกข์ทรมานที่ข้าได้รับเนื่องจากการรอคอยที่ไม่มีวันจบสิ้นก็ทำให้ข้า คิดได้
...ข้าไม่อาจให้เขาต้องแบกรับความรู้สึกทรมานเช่นที่ข้าได้รู้สึก...
ความรักของข้าอาจไม่แข็งแกร่งพอที่จะตัดสินใจพยายามให้เขาจำข้าได้ต่อไป
และจากนี้ต่อไป แม้ว่าข้าจะต้องรอคอยไปชั่วนิรันดร์ สิ่งเดียวที่ข้าจะทำคือ
ข้าจะทำให้เวลาของเขามีแต่ความสุขเท่าที่พลังของข้าจะทำได้
ข้าอาจไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของเขาก็จริง
แต่ข้าก็ยังอยากเห็นรอยยิ้มของเขา...ข้าอาจเป็นคนอ่อนแอในสายตาของท่านอย่าง ไรก็ตาม
นี่ก็คือความรักของข้า
คือสิ่งที่ข้าเป็น...แม้ชีวิตของข้าจะต้องเดียวดายตลอดกาลแต่ข้าก็มั่นใจ อยู่อย่างหนึ่งว่า
คนที่ข้ารักจะไม่มีวันเดียวดายเช่นตัวข้า...เพราะเขาจะมีข้าข้างกายเขาชั่ว นิรันดร์ "........................
นิทานเรื่องนี้ไม่มีตอนจบเพราะอยากให้คนที่อ่านจินตนาการถึงตอนจบเอาเอง
ในชีวิตของเรามีหลายช่วงต่อหลายช่วงที่เราคิดว่าเรารักใครสักคนมากมายเหลือ เกิน
และหลายต่อหลายครั้งที่ความรักของเราก็ต้องการความรักตอบกลับมา
หลายคนฟูมฟายกับโชคชะตาว่ารักที่ไม่ได้รักตอบคือการสูญเวลาเปล่า...
แต่มีหลายต่อหลายคน...ที่ดีใจกับโชคชะตาที่เกิดมาสักครั้ง
แต่ยังได้รักใครสักคนอย่างเต็มหัวใจ...
ทุกอย่างในชีวิตมีทางเลือก...ขึ้นอยู่กับว่าคุณจะเลือกทางไหน...หรือ
คุณจะเลือกหรือไม่?คุณจะเลือกทางไหน
...เปิดประตูรับความรักเข้ามาเพื่อเติมความอบอุ่นให้กับหัวใจแม้เพียงช่วง หนึ่งของชีวิต...
หรือจะมัวแต่ฟูมฟายโทษตัวเองกับความรักที่ให้ไปแต่ไม่ได้รักตอบ...??
...ทางเลือกเป็นของคุณ...

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว
มีเรื่องเล่าระหว่างสาวสวยและหนุ่มรูปงามผู้ซึ่งรักกันอย่างดูดดื่ม...
ทั้งสองได้สาบานว่าแม้ความตายก็มิอาจจะพรากรักอันแสนจะมั่นคงนี้ลงได้
และในครั้งนั้นยังมีแม่มดตนหนึ่งผู้ซึ่งเชื่อมั่นว่าไม่มีสิ่งใดที่จะแน่นอน เท่าความไม่แน่นอน
แม่มดไม่เชื่อว่าความรักของทั้งสองจะมั่นคงจึงคิดหาทางพิสูจน์ขึ้นมา นางกล่าวว่า
หากพวกเจ้ามั่นใจในรักของอีกฝ่าย ซึ่งยั่งยืนแม้ว่าความตายจะพราก
ดังนั้นข้าก็อยากจะลองดูว่ามันจะเป็นอย่างไร...ข้าขอสาปให้นับแต่นี้เป็นต้น ไป
ไม่ว่าจะเกิดใหม่อีกสักกี่ชาติ บุรุษนี้จะไม่มีทางจำเจ้าได้
เขาจะไม่สามารถจำได้ว่าเคยรักเจ้า และตรงกันข้ามกับเจ้า
เจ้าจะเป็นคนที่จำทุกอย่างได้ เพราะเจ้าจะยังคงอยู่เช่นนี้ตลอดไป
ไม่แก่ไม่เฒ่า ไม่มีวันตาย จะอยู่อย่างนี้นิรันดร์...เจ้าจะจำเวลาที่เคยรักเขา
เคยเป็นที่รักและต้องเฝ้ารอการกลับมาของเขาในชาติแล้วชาติเล่าตลอดกาล...
"วันใดก็ตามที่เจ้าทำให้เขารู้ตัวว่ารักเจ้าทำให้เขาจำเจ้าได้
วันนั้น...คือวันที่ความเป็นนิรันดร์ของเจ้าสิ้นสุดลง...เจ้าจะแก่และตายตาม สภาพ
ของอายุขัยที่ควรเป็น...และคราวนี้ก็จะเป็นทีของเจ้าหนุ่มนั่นแทน...เขาจะ ต้องเป็นคนที่ค้นหาเจ้าบ้าง..."
หลังจากนั้นมาปีแล้วปีเล่าเวลาผ่านไปศตวรรษทบศตวรรษที่หญิงสาวเฝ้าตามหาชาย หนุ่มคนรัก
และทุกครั้งที่เธอได้พบเขาในสภาพของใครคนหนึ่ง
ที่ไม่มีความทรงจำเกี่ยวกับเธอเลยแม้แต่น้อย...เธอพยายามทำทุกอย่างเพื่อให้ เขาจำเธอได้
แต่มันไม่เคยสำเร็จชาติแล้วชาติเล่า...หลังจากการเกิดและดับของเขาผ่านไปนับ สิบครั้ง
เขาก็ยังไม่อาจระลึกได้ถึงความรักของเธอ...ความทุกข์ทรมานของหญิงสาว
ถูกเฝ้าดูอย่างเย้ยเยาะโดยนางแม่มดผู้รอคอยเวลาที่หญิงสาวจะยอมรับว่า...
รักแท้ที่แม้ความตายก็ไม่อาจพรากไม่มีจริง แล้วนางแม่มดก็ต้องประหลาดใจ เมื่อพบว่า
ในช่วงหลังๆ มาหญิงสาวไม่ได้พยายามที่จะทำให้ชายหนุ่มระลึกถึงตน
ไม่พยายามให้ชายหนุ่มรักตนแต่กลับทำทุกอย่างที่คิดว่าจะทำให้เขามีความสุข
และทำให้เขาเกิดรอยยิ้มแทน...แล้ววันหนึ่งนางแม่มดก็เก็บความสงสัยไว้ไม่ไหว
จึงปรากฏตัวเพื่อเอ่ยถามกับตัวหญิงสาวเอง...
"...เจ้าได้ละทิ้งความพยายามของเจ้าเสียแล้วล่ะหรือ...ความพยายามที่จะ พิสูจน์
ให้ข้าเห็นอำนาจและพลังของรักแท้ที่เหนือกว่าอำนาจใดๆ แม้กระทั่งคำสาปของข้า..."
"จริงๆ แล้ว ข้าก็มีเหตุผลของข้า"
หญิงสาวตอบนางแม่มดกลับไป
"...ข้าไม่ได้ละทิ้งความพยายาม...เพียงแต่...
ข้ากลัวว่าความพยายามของข้าจะสัมฤทธิ์ผล...แล้ว"
"แล้วเจ้าก็ต้องแก่และตาย"
นางแม่มดต่อให้ด้วยเสียงเย้ยหยัน
" ที่แท้เจ้าก็กลัวที่จะตาย เจ้ากลัวจะสูญเสียความเป็นอมตะของเจ้า...
เฮอะ นี่หรือรักแท้ของเจ้า"
หญิงสาวไม่ปฏิเสธ นางเผชิญหน้ากับนางแม่มดและรับคำกล่าวหานั้น
"อาจใช่...มันเป็นความจริงที่ข้ากลัวว่าหากข้าทำให้เขาจำข้าและรักข้าได้ข้า จะต้องตายจากเขาไป"
"และเจ้าก็ไม่เชื่อใจว่าเขาจะทำให้เจ้าจำได้เช่นนั้นหรือ?"
หญิงสาวจ้องหน้าแม่มดนิ่งอยู่ ก่อนตอบ
สิ่งที่ข้าเกรงไม่ใช่เรื่องนั้น...ท่านรู้อะไรไหม...
ตลอดเวลาอันยาวนานที่ข้าเฝ้าเดินทางตามหาเขาเฝ้ารอคอยวันแล้ววันเล่า
รอวันที่เขาจะกลับมาหาข้าอีกครั้ง...ตลอดเวลาที่ข้าเฝ้ามองการเกิดและการตาย ของเขา
มันคือความทรมานอันยาวนานที่ดูเหมือนไม่มีที่สิ้นสุด...
และสำหรับข้าความทุกข์อันแสนสาหัสคือ การได้เห็นความทรมานของผู้เป็นที่รัก
โดยที่เราไม่อาจเอื้อมมือเข้าไปช่วยเหลือได้...
หลายครั้งที่ข้าอยากให้ตัวข้าเห็นแก่ตัวพอที่จะพยายามทำให้เขารักทำให้เขา ระลึกถึงข้าได้อีกครั้ง
เพื่อที่ข้าจะได้เป็นอิสระต่อการพันธนาการนี้...แต่ทุกครั้งที่ข้าคิดถึงมัน
ความทุกข์ทรมานที่ข้าได้รับเนื่องจากการรอคอยที่ไม่มีวันจบสิ้นก็ทำให้ข้า คิดได้
...ข้าไม่อาจให้เขาต้องแบกรับความรู้สึกทรมานเช่นที่ข้าได้รู้สึก...
ความรักของข้าอาจไม่แข็งแกร่งพอที่จะตัดสินใจพยายามให้เขาจำข้าได้ต่อไป
และจากนี้ต่อไป แม้ว่าข้าจะต้องรอคอยไปชั่วนิรันดร์ สิ่งเดียวที่ข้าจะทำคือ
ข้าจะทำให้เวลาของเขามีแต่ความสุขเท่าที่พลังของข้าจะทำได้
ข้าอาจไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของเขาก็จริง
แต่ข้าก็ยังอยากเห็นรอยยิ้มของเขา...ข้าอาจเป็นคนอ่อนแอในสายตาของท่านอย่าง ไรก็ตาม
นี่ก็คือความรักของข้า
คือสิ่งที่ข้าเป็น...แม้ชีวิตของข้าจะต้องเดียวดายตลอดกาลแต่ข้าก็มั่นใจ อยู่อย่างหนึ่งว่า
คนที่ข้ารักจะไม่มีวันเดียวดายเช่นตัวข้า...เพราะเขาจะมีข้าข้างกายเขาชั่ว นิรันดร์ "........................
นิทานเรื่องนี้ไม่มีตอนจบเพราะอยากให้คนที่อ่านจินตนาการถึงตอนจบเอาเอง
ในชีวิตของเรามีหลายช่วงต่อหลายช่วงที่เราคิดว่าเรารักใครสักคนมากมายเหลือ เกิน
และหลายต่อหลายครั้งที่ความรักของเราก็ต้องการความรักตอบกลับมา
หลายคนฟูมฟายกับโชคชะตาว่ารักที่ไม่ได้รักตอบคือการสูญเวลาเปล่า...
แต่มีหลายต่อหลายคน...ที่ดีใจกับโชคชะตาที่เกิดมาสักครั้ง
แต่ยังได้รักใครสักคนอย่างเต็มหัวใจ...
ทุกอย่างในชีวิตมีทางเลือก...ขึ้นอยู่กับว่าคุณจะเลือกทางไหน...หรือ
คุณจะเลือกหรือไม่?คุณจะเลือกทางไหน
...เปิดประตูรับความรักเข้ามาเพื่อเติมความอบอุ่นให้กับหัวใจแม้เพียงช่วง หนึ่งของชีวิต...
หรือจะมัวแต่ฟูมฟายโทษตัวเองกับความรักที่ให้ไปแต่ไม่ได้รักตอบ...??
...ทางเลือกเป็นของคุณ...
ความรักกับความผูกพันธ์
มีหลายคนที่สับสนกับคำสองคำนี้
ความรัก กับ ความผูกพันธ์ มันคืออะไรนะ ต่างกันอย่างไร
ความรัก กับ ความผูกพันธ์ เหมือนกันมั้ยนะ
ถ้าไม่มีความผูกพันธ์ก็เกิดความรักได้นี่นา
แต่ถ้าเกิดความรักแล้วไม่มีความผูกพันธ์ล่ะ
จะเป็นไปได้รึเปล่านะ
สำหรับเรา ความรักกับความผูกพันธ์ไม่เหมือนกัน
มันแตกต่างกัน
ความรักเกิดขึ้นได้เสมอ ทุกที่ ทุกเวลา
ไม่ว่าเมื่อไหร่ ที่ไหน กับใครก็ตาม
บางครั้งเกิดขึ้นโดยที่เราไม่รู้ตัว และไม่สามารถตอบได้
ความรักคือการให้ การทุ่มเท การให้ความรู้สึกดีๆ
ให้สิ่งที่เกินพอสำหรับใครซักคนที่เรารัก
การทำอย่างไรก็ได้เพื่อให้คนที่เรารักมีความสุข
จนเหมือนกับว่าคนๆ นั้นเป็นคนที่พิเศษกว่าคนอื่น
(ซึ่งจริงๆ แล้วก็ใช่)
ความรักจึงเป็นการทำเพื่อคนๆ หนึ่ง ซึ่งไม่ว่าเมื่อไหร่ เวลาไหน
สำหรับคนที่เรารัก ความคิดถึง ความเป็นห่วงจะเกิดขึ้นตลอดเวลา
เราจะห่วงว่าเขาไปที่ไหน ไปกับใคร
ความรัก เกิดขึ้นได้แม้เพียงพบกันแค่นาที
แค่เห็นหน้าเพียงครั้งแรก ครั้งเดียว
ความรักไม่จำเป็นต้องใช้เวลา
แต่การจะทำให้ความรักคงอยู่ หรือเกิดขึ้นได้จริงหรือไม่
นั่นต่างหาก
เป็นสิ่งที่ต้องใช้เวลา และนำความผูกพันธ์ใส่ลงไป
เพราะความผูกพันธ์เป็นสิ่งที่ทำให้คนสองคนได้รู้จักกันมากขึ้น
เป็นช่วงเวลาที่ทำให้คนสองคนปรับตัวเข้าหากัน
ความรักจะคงอยู่ได้ หากความผูกพันธ์เกิดขึ้น
ความผูกพันธ์นั้นต่างกับความรัก
เพราะการผูกพันธ์กับใครซักคน ไม่จำเป็นที่เราจะต้องรัก
สำหรับความผูกพันธ์ มันคือความรู้สึกคิดถึง
ช่วงเวลาหนึ่งที่เคยเกิดขึ้น การที่เราคิดถึงคนๆ หนึ่ง
เวลาที่เราจากกัน เวลาที่ไม่ได้พบ ไม่ได้พูดคุย นั่นไม่ใช่ความรัก
เราไม่ได้ทำสิ่งใดเพื่อเค้า
เราไม่ได้ต้องการให้สิ่งใดกับเค้า
ไม่ได้ห่วงว่าเขาจะไปกับใคร เมื่อไหร่ หรือที่ไหน
แต่เราเพียงแค่คิดถึง ความทรงจำที่ดี เวลาที่เคยอยู่ด้วยกัน
ดังนั้น ความผูกพันธ์จึงเป็นเพียงความรู้สึกที่เกิดขึ้นจากการใช้เวลา
มันเป็นความทรงจำ เป็นความรู้สึก และไม่ใช่ความรัก
เพราะเกิดได้กับทุกคน กับเพื่อน พี่ น้อง
หรืออาจเป็นใครก็ตามที่ครั้งหนึ่ง เคยใช้เวลาอยู่ร่วมกัน
มันเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เกิดความคิดถึง
และเป็นส่วนหนึ่งของการทำให้เกิดความรักนั่นเอง
ทั้งความรักและความผูกพันธ์ เป็นสิ่งที่ควรมีอยู่ร่วมกัน
ถึงแม้ว่ามันจะแตกต่างกันก็ตาม สิ่งสำคัญมันอยู่ที่ว่า
เราจะแยกมันออกจากกันได้หรือเปล่าเท่านั้นเอง
ว่าอันไหนคือความรัก
อันไหนคือความผูกพันธ์
เพราะจริงๆ แล้วมันแทบจะไม่ต่างกันเลย
เพราะทั้ง 2 สิ่งควรจะมีอยู่คู่กัน
ปัญหาของความรักกับความผูกพันธ์อยู่ตรงที่
บางคนไม่สามารถแยกได้ว่า
ความรัก กับ ความผูกพันธ์ ต่างกันตรงไหน
ความสับสน ความลังเล จะเกิดขึ้น
ถ้าหากวันนึง คุณรักใครซักคน และมีความผูกพันธ์กับใครอีกคน
คุณจะตอบตัวเองได้หรือเปล่าว่า
คุณจะเลือกใคร หากคุณคิดว่า
คนที่คุณผูกพันธ์คือคนที่คุณไม่สามารถลืมเค้าได้
และคนที่คุณรัก คุณก็ไม่สามารถเลิกรักเค้าได้เช่นกัน
จำไว้ว่า…
จงเลือกคนที่หัวใจของคุณต้องการ อย่าใช้คำว่าถูกหรือผิด
เพราะมันใช้กับความรักไม่ได้
แต่จงใช้หัวใจของคุณเอง
หากคุณต้องการค้นหาใครซักคนที่จะอยู่เคียงข้างคุณไปตลอดชีวิต
วันพุธที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2553
กว่าจะเจอรักแท้ต้องผ่านอุปสรรคมากมาย
การที่เราจะได้พบรักแท้กับใครสักคนเราต้องใช้ระยะเวลาและจะต้องผ่านอุปสรรคมากมายทั้งเรื่องครอบครัวและคนที่จะผ่า่นเข้ามาในชีวิตของเราทั้งสองคนเพราะฉะนั้นถ้าเราได้เจอรักแท้แล้วเราก็ต้องดูแลและรักษามันไว้ให้ดีๆแต่ก็ไม่ควรจะทุ่มเทกับเรื่องความรักไปชะหมดทุกเรื่องเพราะมันจะทำให้เสียการเรียนเราจะต้องตั้งใจเรียนเป็นอันดับแรกแล้วเรื่่องความรักก็ต้องปล่อยให้เป็นรอง
เรียนเป็นหลัก
รักเป็นรอง
เธอเป็นสอง
รองจากเรียน
เรียนเป็นหลัก
รักเป็นรอง
เธอเป็นสอง
รองจากเรียน
ความรักในวัยเรียน
ถึงแม้ว่าเราจะคิดว่าเค้ารักเรามากแค่ไหนแต่สุดท้ายแล้วคนที่รักเรามากที่สุดก็คือครอบครัว
ถึงแม้ว่าเค้าจะให้อะไรเราได้เกือบทุกอย่างแต่มันก็ต้องมีขอแลกเปลี่ยนผู้ชายก็เป็นเหมือนกันเกือบทุกคน
แต่สำหรับเราเราจะไม่มีวันยอมกับข้อแลกเปลี่ยนบ้าๆแบบนั้นถึงแม้ว่าค่าbigeyeมันจะแพงและเค้ายอมเสียตังค์จ่ายให้เราแต่ตอนนี้เรื่องแบบนั้นมันยังไม่ถึงเวลาถ้าเค้ารักเราจริงเค้าก็ต้องรอจนกว่าเราจะเรียนจบและได้ทำงานอย่างที่ใจฝันไว้และรอจนกว่าเราจะพร้อมถ้าตอนนี้เพื่อนๆพี่ๆหรือน้องๆคนไหนเป็นแบบเราก็อย่าเพิ่งคิดกับเรื่องแบบนี้เลยนะเพราะไม่มีใครรักเราเท่าคนในครอบครัวอีกแล้วตอนนี้เรามีหน้าที่เรียนเราก็ต้องเรียนไขว่คว้าหาความรู้ให้ได้มากที่สุดถึงแม้ว่ายุคสมัยจะเปลี่ยนแปลงไปมากแค่ไหนแต่เราก็จะไม่มีวันที่ทำให้ครอบครัวเสียใจเพราะเราไม่เคยทำให้ครอบครัวผิดหวังในตัวเร าแล้วเราก้จะไม่มีวันทำแบบนั้น
ถึงแม้ว่าเค้าจะให้อะไรเราได้เกือบทุกอย่างแต่มันก็ต้องมีขอแลกเปลี่ยนผู้ชายก็เป็นเหมือนกันเกือบทุกคน
แต่สำหรับเราเราจะไม่มีวันยอมกับข้อแลกเปลี่ยนบ้าๆแบบนั้นถึงแม้ว่าค่าbigeyeมันจะแพงและเค้ายอมเสียตังค์จ่ายให้เราแต่ตอนนี้เรื่องแบบนั้นมันยังไม่ถึงเวลาถ้าเค้ารักเราจริงเค้าก็ต้องรอจนกว่าเราจะเรียนจบและได้ทำงานอย่างที่ใจฝันไว้และรอจนกว่าเราจะพร้อมถ้าตอนนี้เพื่อนๆพี่ๆหรือน้องๆคนไหนเป็นแบบเราก็อย่าเพิ่งคิดกับเรื่องแบบนี้เลยนะเพราะไม่มีใครรักเราเท่าคนในครอบครัวอีกแล้วตอนนี้เรามีหน้าที่เรียนเราก็ต้องเรียนไขว่คว้าหาความรู้ให้ได้มากที่สุดถึงแม้ว่ายุคสมัยจะเปลี่ยนแปลงไปมากแค่ไหนแต่เราก็จะไม่มีวันที่ทำให้ครอบครัวเสียใจเพราะเราไม่เคยทำให้ครอบครัวผิดหวังในตัวเร าแล้วเราก้จะไม่มีวันทำแบบนั้น
วันจันทร์ที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2553
มันเป็นความผิดของเราเอง
การที่เรารักใครสักคนแล้วเค้าดีกับเราทุกอย่างแต่เรากับคิดว่าเคัาอาจจะไม่ดีพอสำหรับเราเราเคยวัดค่าความรักด้วยเงินแต่ตอนนี้เรารู้แล้วว่าต่อให้มีเงินมากมายขนาดไหนแต่ถ้าเราไม่ได้อยู่กับคนที่เรารักแล้วมันจะมีค่าอะไรเราเคยคิดนะว่าเค้าคงไม่จริงใจกับเรามากเท่าไรแต่ตอนนี้เรารู้แล้วว่าเค้ารักเรามากแค่ไหนเราเคยทำให้เค้าร้องไห้ทั้งๆที่เป็นวันเกิดของเค้าเราก็ไปเที่ยวกับคนอื่นเพียงเพราะเราคิดว่าเค้ายังลืมแฟนเก่าของเค้าไม่ได้เราไม่เคยถามเค้าสักคำว่าเเค้าลืมแฟนเก่าของเค้าได้หรือยังแล้วพอผู้ชายอีกคนที่เราไปเที่ยวด้วยบอกกับเราว่ามีแฟนแล้วตอนนั้นรู้ไหมว่าเรารู้สึกเจ็บแค่ไหนแล้วเราก็รู้แล้วว่าความรู้สึกของแฟนเราเป็นยังไงเราเหมือนคนโง่ที่มีรักแท้อยู่แล้วแต่กลับไปไขว่คว้าหาความรักอีกแล้วเราก็ต้องไปง้อแฟนว่าให้กลับมาเป็นเหมือนเดิมได้ไหมแต่เค้าบอกว่าดูก่อนถ้าเราไม่หลายใจเค้าก็จะยอมกลับมาเป็นเหมือนเดิมเราขออะไรเค้าทำให้เราได้หมดทุกอย่างแต่เราดิไม่เคยทำให้เค้าได้สักอย่างดูดิขนาดเราขอให้จ่ายค่าbigeyeให้เค้ายังทำให้เราได้ต่อไปนี้นะเราจะมีแต่เค้าคนเดียวแล้วถ้าเค้าขออะไรแล้วมันไม่มากเกินไำปเราก็จะทำให้
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)
